วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

ปลามังกร

ปลามังกร
1. Asian Arowana สายเอเซีย โดยแบ่งย่อยออกเป็น 4สายพันธุ์ดังนี้ - ทองมาเลเซีย (Malayan Bonytongue) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า"ทองมาเลย์"ปลามังกรสายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านของเรานี่เองแม้ชื่อจะบอกว่าเป็น "ทอง" แต่จริงๆ แล้ว Base สีมีหลายสีไม่ว่าจะเป็น สีทองสีเขียว สีน้ำเงิน และ สีม่วง ซึ่งแต่ละสีความสวยงามและราคาก็แตกต่างกันไปตัวอย่างเช่น หากพื้นเกล็ดเป็นสีทองก็จะเป็นทองแวววาวเงางาม และสุกสว่าง อร่ามตาแต่หากพื้นเกล็ดมีสีม่วงน้ำเงิน ดูแล้วจะเหมือนกับตัวปลาใส่เสื้อเกราะมีมิติของสีมากขึ้นเพราะเนื้อในเกล็ดจะเป็นสีน้ำเงินแต่มีการตัดขอบสีทองเป็นวงเกล็ดตลอดทั้งตัว ถามว่าแบบไหนสวยกว่า ?ตอบไม่ได้ครับเพราะของแบบนี้แล้วแต่คนชอบครับ แต่ไม่ว่าจะสีใดก็ตามสำหรับสายพันธุ์ทองมาเลเซียแล้ว เมื่อปลาโตขนาดได้ที่โดยมีความยาวประมาณ 20"เกล็ดจะขึ้นมาถึงด้านหลัง (เกล็ดแถวที่ 6) หรือที่เรียกว่า Cross Back…แต่ทว่าการข้ามหลัง ไม่ได้หมายความว่าจะข้ามหลังหมดจดทุกตัว บางตัวก็แค่เกือบข้ามบางตัวก็ข้ามแต่ยังไม่หมดจด… จะหาเนียนหมดจดทั้งทั้งหลังจริงๆ มีไม่มากนัก สำหรับเรื่อง Base สีของตัวปลา หากเป็นปลาทองแบบ Full Goldก็จะเป็นทองทั้งตัว ทั้งหัว แก้ม ครีบและหาง ซึ่งตลอดตัวจะเป็นโทนสีเดียวกัน(เหมือนทองคำแทงว่ายน้ำได้) ถ้าเป็น Gold Baseก็จะเป็นสีทองเหมือนกันแต่จะไม่หมดจดทั้งตัว สีเกล็ดด้านในยังมีอมดำที่หัวก็เช่นกันส่วนใบหางแม้จะมีละอองทองขึ้นมาเต็มแผ่นแต่ก็ยังเห็นเป็นสีส้มเข้มหรือเลือดหมูแต่หากเป็น Blue Baseสีเกล็ดจะเป็นสีม่วงและยิ่งเมื่อเวลาต้องแสงไฟก็จะยิ่งเห็นได้อย่างชัดเจนเครื่องครีบของ Blue Base จะเป็นสีเลือดหมูเข้มจัดและสีของตาเป็นเป็นสีแดง…
2.ทองมาเลย์ในวัยเล็กดูยากมากว่าโตขึ้นมาแล้วจะเป็นสีไหน? แม้แต่ปลาคอกเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะมี Base สีเดียวกัน บางตัวเป็น GoldBase บางตัวเป็น Blue Base… ยิ่งปัจจุบันมีการแบ่งชั้นของเกรดและชื่อสายพันธุ์ย่อยมากขึ้น ดังนั้นนอกจากจะดูสียากแล้ว ยังดูแวว(ว่าไปได้ไกลแค่ไหน) ยากอีกด้วยปลามังกรสายพันธุ์นี้เป็นปลาที่มีราคาแพงและเปราะบางมากเวลาเลี้ยงดูก็ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษหน่อย เพราะทั้งครีบและเกล็ดไม่ค่อยแข็งแรงแตกหักง่ายและการรักษาตัวก็ค่อนข้างใช้เวลานานทั้งในปลาเล็กและปลาใหญ่ฉะนั้นในการเลี้ยงดูโดยเฉพาะการโยกย้ายปลาหากไม่รู้วิธีที่ถูกต้องก็ควรให้ผู้ที่มีความรู้มีความชำนาญมาช่วยดีกว่านะครับเพราะถ้าปลาบาดเจ็บเสียหายแล้วจะไม่คุ้มกัน ลักษณะโดยทั่วๆไปของสายพันธุ์ทองมาเลย์ก็คือ "เครื่องครีบ"จะเล็กไม่ใหญ่เหมือนสายพันธุ์อื่น ลักษณะหัวและหน้าจะทู่สั้นแต่สีสันความแวววาวมาเป็นที่หนึ่ง ที่เกล็ดละเอียดเล็กๆใต้ครีบหลังจะมีการเปิดเป็นสีทองเต็มเกล็ดด้วยในขณะที่ทองอินโดจะไม่มีหรือมีก็แค่เพียงประปลายไม่ชัดเจนทองมาเลย์โดยทั่วๆ ไปจะมีตำหนิหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นกันมากนั่นก็คืออาการ "ตาตก"ในขณะที่สายพันธุ์อื่นเป็นกันน้อยกว่า
3.มังกรแดง (Super Red Arowana) ปลามังกรแดงมีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียครับโดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ"Blood Red" และ "Chili Red" (ผมเรียกว่า "แดงเดือด" กับ "แดงพริก") สีสันของ Blood Red เมื่อโตเต็มที่จะเข้มมาก วงเกล็ดหนา (เรียกว่าThick Frame) การเรียงตัวของสีอาจไม่เป็นระเบียบแต่ก็แดงเข้ม แก้มแดง ปากแดงครีบเครื่องทุกส่วนจะแดงเข้มดูน่าเกรงขาม ส่วน Chili Redจะแดงแบบแดงเลือดนกคือแดงสว่าง ต้องตา ดูสง่างาม เมื่อโตเต็มที่วงเกล็ดโดยมากจะขอบเกล็ดบาง (Thin Frame) การตัดขอบก็จะเป็นระเบียบแดงเนียนไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดปลายหาง… ลักษณะหัวส่วนใหญ่ของ Blood Red จะต่างกับ Chili Redตรงที่ของ Blood จะเป็นทรง Sparta (หัวออกแหลมเป็นทรงสามเหลี่ยม) แต่ของ Chiliจะเป็นทรง Spoon Head(หัวช้อน) ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่นักเลี้ยงชาวจีนเพราะเชื่อกันว่าจะเป็นตัวตักตวงเงินทองให้กับเจ้าของผู้เลี้ยงความแตกต่างอีกอย่างคือปลา Blood Redส่วนใหญ่หางจะเป็นทรงพัดซึ่งมีลักษณะกลมและกว้าง แต่ Chili Red หางจะเป็นทรงเพชร(Diamond Shape) ซึ่งจะเรียวยาว ดูสง่างามกว่า โดยปกติปลา Chili Redจะมีราคาสูงกว่า Blood Red ในปลาวัยเล็กเป็นการยากมากที่จะแยกว่าตัวไหนเป็น Bloodและตัวไหนเป็น Chiliแม้แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญที่อยู่ในวงการมานานก็ยังไม่สามารถบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนมั่นใจแม้แต่ในใบเซอร์รับรองสายพันธุ์จากฟาร์มก็ยังไม่กล้าระบุชี้ชัดยิ่งปัจจุบันไม่มีปลาสายแท้ของทั้งสองนี้แล้วแม้แต่ในประเทศแม่แบบอย่างอินโดนีเซียเองก็ตาม ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อปลาสายใหม่ๆที่เอกลักษณ์เฉพาะฟาร์มมากกว่าครับ สำหรับปลาแดงหากไม่ศึกษาให้ดีพอมีกำลังทรัพย์แต่ไม่มีความรู้ก็อาจถูกหลอกเอาปลาแดงเกรดรองมาขายก็เป็นได้หรือแม้แต่ได้ปลาดีมาแต่เลี้ยงไม่เป็นทำให้ปลาสีซีดไม่สวยก็เสียปลาได้เช่นกัน ในทองมาเลย์มีตำหนิส่วนใหญ่คือ "ตาตก" ปลาแดงก็มีเช่นกันนั่นก็คือ"ปากยื่น" (ปากล่างเกยปากบน) โดยจะเห็นชัดในปลาขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่แต่ก็มีไม่น้อยครับที่ยื่นกันตั้งแต่เล็กๆ เลย

4.- ทองอินโด (Red Tail Golden Arowana) ทองอินโดหรือ RTGเป็นปลาระดับกลางซึ่งถ้าพูดถึงความสวยงามแล้วล่ะก็ สวยไม่แพ้ใครเลยทีเดียวปลาที่โตแล้วเกล็ดจะเป็นสีทองเข้มแต่จะไม่แวววาว เงางาม สุกใสเหมือนทองมาเลย์และจะขึ้นถึงเพียงเกล็ดแถวที่ 4 เท่านั้น แต่ก็อาจมีเปิดมาถึงแถวที่ 5ไม่ว่าจะประปรายหรือเต็มแถวดังนั้นข้อแตกต่างระหว่างปลาทองอินโดกับทองมาเลย์จึงอยู่ตรงที่ สีเกล็ด Base สีความมันเงาแวววาว และ ข้ามหลังหรือไม่ข้ามหลัง ในปลาเล็กทั้ง 2สายพันธุ์นี้สำหรับมือใหม่อาจจะค่อนข้างดูออกยากและมีความเป็นไปได้สำหรับการสลับหลอกขายกันโดยปกติสีของครีบก้น ครีบอกและชายน้ำของทองอินโดจะเป็นสีส้มอมแดงส่วนหางจะแดงแค่ค่อนใบ ปลายหางด้านบนและครีบหลังจะออกน้ำตาลไหม้ เกล็ดแถว 5จนถึงหลังจะมีน้ำตาลดำ เกล็ดละเอียดเล็กๆ ใต้ครับหลังจะไม่มีการเปิดสีของเกล็ด..ทองอินโดเป็นมังกรสายพันธุ์ใหญ่ที่สุดในสายเอเซี่ยนโดยโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 30"(แต่โดยเฉลี่ยแล้วหากเลี้ยงในตู้จะโตได้ราวๆ 24")
4.- อโรวาน่าเขียว (Green Arowana) หรือ "ปลาตะพัด" ของไทยเรานี่เอง จริงๆอโรวาน่าเขียวมีอยู่หลายที่ทั้งในประเทศไทย มาเลย์เซีย พม่า เวียดนาม ลาวและกัมพูชา(ประเทศเพื่อนบ้านทั้งนั้นเลยนะครับ)ปลาพันธุ์นี้โตขึ้นจะเป็นสีเขียวนวลและมีประกายทองทั้งตัวใบหางจะเป็นสีเขียวเข้มแต่ไม่เต็มใบเพราะที่บริเวณปลายหางเป็นรอยขลิบขาวซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้ ราคาในท้องตลาดสำหรับปลาเล็กก็ไม่แพงเพราะฉะนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นทดลองเลี้ยงปลามังกรเขียวมี 2 แบบคือ "เขียวมีเซอร์" กับ "เขียวไม่มีเซอร์"ใบเซอร์ก็มาจากประเทศที่มีการเพาะพันธุ์ได้จริงๆ อย่างเช่นประเทศมาเลเซียหรืออาจจะมาตัวแทนบริษัทเทรดดิ้งต่างๆที่ทำขึ้นมาเพื่อแสดงเครื่องหมายการค้าของตัวเองในขณะที่เขียวไม่มีเซอร์คนขายมักจะพูดว่าเป็นปลาป่าหรือปลาจับนั่นเองจริงๆแล้วถ้าดูปลาเป็นหรือพอมีประสบการณ์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงใบเซอร์ก็ได้เพราะคุณภาพก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมายแต่ราคาที่สนนกันตอนต้นเขียวมีเซอร์มีราคาสูงกว่าตัวที่ไม่มีเกือบเท่าตัวเลยล่ะครับ เพื่อนผู้อ่านหลายท่านอาจมีการสับสันระหว่าง "มังกรเขียว"กับ "ทองอ่อน" ว่าเหมือนกันหรือไม่ในปลาวัยเล็กทั้ง 2 อย่างนี้ดูออกค่อนข้างยากเช่นกัน สำหรับผมๆ มองว่า "มังกรเขียว"ในวัยเล็กจะมีความเงางาม ขาวและสว่าง ในขณะที่ "ทองอ่อน"ไม่เงาแต่จะขาวหรือไม่ก็เป็นสีเหลืองอ่อนๆ ทั้งตัว แต่จริงๆแล้วเคยมีผู้รู้กระซิบบอกผมว่าทั้ง 2 อย่างนี่จริงๆมันก็พันธุ์เดียวกันเพียงแต่เขียวมากเขียวน้อย ถ้าออกเข้มๆ หน่อยก็มังกรเขียวถ้าออกทองเงาๆ หน่อยก็ทองอ่อน แต่ราคาต่างกันประมาณ 1 เท่าครับอย่างที่บอกไปนะครับมังกรเขียวสวยๆ หรือ "เขียวแท้"ที่เพาะกันในฟาร์มโดยปกติจะมีใบเซอร์รับรองสายพันธุ์ให้กับผู้ซื้อและจะขายขึ้นตู้ส่วนถ้าเป็นทองอ่อนหรือเขียวไม่มีเซอร์ก็จะเป็นปลาถุงขายธรรมดา

5.AustralianArowana เป็นปลามังกรที่มีต้นกำเนินในทวีปออสเตรเลีย แบ่งได้ออกเป็น 2 สายพันธุ์คือ - Australian Pearl Arowana ตอนที่ผมเขียนบทความนี้ครั้งแรกตอนนั้นยังไม่เคยเห็นตัวจริงเลย แต่ตอนนี้ได้เห็นตัวจริงแล้วแต่ไม่ได้มีโอกาสถ่ายรูปมาให้ ต้องขออภัยด้วยนะครับสำหรับปลาตัวนี้เป็นปลาที่ค่อนข้างหายาก และมีราคาสูงกว่า ออสเตรเลียจุดค่อนข้างมาก - ออสเตรเลียจุด (Australian SpotArowana) ส่วนเจ้านี่เราเจอกันบ่อยจนแทบซี้กันเลยทีเดียวปลามังกรออสเตรเลียจุด (ขอเรียกว่า "ออสเตรเลีย" เฉยๆ นะครับ)ลักษณะโดยทั่วไปของสายพันธุ์นี้ก็คือหัวจะเป็นทรงปลาทู ทู่สั้น ตัวจะออกยาว ไม่หนาหนวดสั้นมากและงองุ้ม หาง ครีบและเกล็ดจะเล็กกว่าของสาย Asian (ปลา Asian Arowanaแถวเกล็ดจะมี 6 แถวแต่สำหรับของออสเตรเลียจะมี 8 แถว) มีจุดสีส้มๆ ขึ้นตามลำตัวหางและครีบ เรียกว่า "Orange Spot" จะเด่นชัดมากเมื่อปลาโตขึ้น จุดด้อยของปลาสายพันธุ์นี้คือ"เกล็ด" จะเล็กและ "หนวด"ก็ยังงุ้มเข้าหาปากไม่ยื่นออกเรียวยาวเหมือนกับสายพันธุ์อื่นจึงดูไม่สง่างามปลาออสเตรเลียในขนาด 6"-12" สีตัวจะเป็นสีทองอร่ามสวยมากแต่หลังจากนั้นจะเริ่มจางลงและเมื่อปลาใหญ่เต็มที่แล้วความเงางามจะหายไปมังกรออสเตรเลียก็เป็นอีกสายพันธุ์นะครับที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงปลามังกร